สูท Oversized แต่งยังไงให้เท่ไม่โทรม + เช่าลองเทรนด์ได้
- Alex | Basic Instinct

- 10 มี.ค. 2568
- ยาว 4 นาที
สูท Oversized คือเทรนด์ที่กลับมาแรงที่สุดในรอบหลายปี — เทรนด์จากยุค 90s ที่ดารา นักออกแบบ และคนแต่งตัวเก่งทั่วโลกหยิบกลับมาใส่ ดูเท่ สบาย และมีสไตล์แบบที่สูทเข้ารูปให้ไม่ได้ แต่นี่คือความจริงที่หลายคนเจ็บตัวมาแล้ว: สูท oversized กับสูทที่ใส่ผิดไซส์จนหลวม มันต่างกันคนละเรื่อง เส้นแบ่งบางมาก เผลอนิดเดียวจากดูเท่กลายเป็นดูโทรมทันที
บทความนี้จะบอกทุกอย่างที่ต้องรู้ก่อนใส่สูท oversized — มันคืออะไร มาจากไหน ต่างจากสูทหลวมยังไง ทรงไหนเหมาะกับใคร เลือกผ้าและสีแบบไหน แต่งยังไงให้ดูตั้งใจไม่ใช่ดูมั่ว ข้อผิดพลาดที่คนทำบ่อยที่สุด และถ้าอยากลองเทรนด์โดยไม่ต้องลงทุนซื้อ จะทำยังไงให้คุ้มที่สุด
สูท Oversized คืออะไร
สูท oversized คือสูทที่ออกแบบมาให้ใหญ่กว่าตัวอย่างตั้งใจ — ไหล่กว้างเลยไหล่จริงเล็กน้อย แขนยาวและหลวมกว่าปกติ ลำตัวทรงกล่อง (boxy) ให้ความรู้สึก relaxed และ effortless ต่างจากสูทเข้ารูป (slim/tailored fit) ที่เน้นโชว์สัดส่วนและรับกับรูปร่างทุกเซนติเมตร
หัวใจของคำว่า oversized คือคำว่า "ตั้งใจ" — มันไม่ใช่สูทไซส์ผิด แต่เป็นสูทที่ตัดแพตเทิร์นมาเพื่อความหลวมโดยเฉพาะ ทุกสัดส่วน (ไหล่ อก แขน ความยาว) ถูกคำนวณให้หลวมอย่างได้สัดส่วนกัน ไม่ใช่แค่ขยายไซส์ขึ้นแบบสุ่ม นี่คือเหตุผลที่สูท oversized ที่ดีให้ลุคที่ดูแพงและมั่นใจ ในขณะที่สูทไซส์ใหญ่ที่ใส่หลวมดูเหมือนยืมคนอื่นมา
ทำไมสูท Oversized ถึงกลับมาฮิตอีกครั้ง
เทรนด์นี้ไม่ใช่ของใหม่ — มันคือการ "กลับมา" ของสิ่งที่เคยยิ่งใหญ่ ในยุค 80s-90s นักออกแบบอย่าง Giorgio Armani ปฏิวัติวงการสูทผู้ชายด้วยทรงหลวมหรู (relaxed tailoring) ที่ทิ้งโครงสร้างแข็งทื่อแบบเดิม แล้วให้ผ้าทิ้งตัวสวยตามธรรมชาติ สูททรงนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและความสบายแบบผู้ชายยุคนั้น ก่อนที่เทรนด์ slim fit จะเข้ามาครองตลาดในยุค 2000s-2010s
วันนี้ลูกตุ้มแกว่งกลับ — คนรุ่นใหม่เบื่อสูทเข้ารูปเป๊ะที่ดูแข็ง อึดอัด และเหมือนกันไปหมด หันมาหาความสบายที่ยังดูแพง สูท oversized ที่ใส่ถูกให้ลุคที่ดู confident แบบไม่ต้องพยายาม เหมือนคนที่มั่นใจจนไม่ต้องโชว์หุ่น มันสื่อถึง "ฉันเลือกใส่แบบนี้เพราะฉันอยากใส่" ไม่ใช่ "ฉันใส่ตามกฎ" และในยุคที่ความเป็นตัวเองมีค่ามากกว่าความถูกระเบียบ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ oversized โดนใจ

สูท Oversized vs สูทหลวม — เส้นแบ่งที่ทำให้ดูเท่หรือดูโทรม
นี่คือหัวใจที่คนพลาดบ่อยที่สุด และเป็นจุดที่ทำให้สูท oversized ดูแพงหรือดูเหมือนยืมพี่ชายมาใส่
สูท oversized ที่ถูก — ใหญ่อย่างมีโครงสร้าง ไหล่แม้กว้างแต่ยังมีเส้น (structured shoulder) ที่ลงตัว ความยาวแขนและตัวได้สัดส่วนกัน ผ้าทิ้งตัวสวยเป็นระเบียบ ดูตั้งใจว่า "เลือกทรงนี้"
สูทหลวมที่ผิด — ไหล่ตกเลยแนวไหล่จริงมากเกินไป แขนยาวคลุมถึงข้อนิ้ว ตัวพองไม่มีรูปทรง ผ้าย่นยับกองที่ข้อศอกและเอว ดูเหมือนใส่ผิดไซส์
ความต่างอยู่ที่ proportion และ structure สามจุด:
จุดแรกคือ ไหล่ — oversized ที่ดีไหล่หลวมแค่ 2-4 ซม.เลยไหล่จริง ไม่ใช่ตกลงมาถึงต้นแขน จุดที่สองคือ ความยาว — แขนสูทควรจบที่ข้อมือพอดีหรือสั้นกว่านิดหน่อยเพื่อโชว์เชิ้ต ไม่ใช่ยาวคลุมมือ และตัวสูทไม่ควรยาวเลยสะโพกมากจนดูเหมือนเสื้อโค้ท จุดที่สามคือ ต้องมีจุด "fit" อย่างน้อยหนึ่งจุด เพื่อ balance ความหลวม เช่น ไหล่มีโครง หรือเอวกางเกงพอดีตัว ไม่ใช่หลวมทั้งตัวตั้งแต่หัวถึงเท้า
นี่คือเหตุผลที่สูท oversized ที่ดีไม่ใช่แค่ "ซื้อไซส์ใหญ่ขึ้นหนึ่งเบอร์" แต่ต้องเป็นสูทที่ตัดทรงมาเพื่อ oversized โดยเฉพาะ ที่ร้านเรามักเจอลูกค้าที่เข้าใจผิดว่าซื้อสูทใหญ่ขึ้นแล้วจะได้ลุค oversized — ผลคือได้สูทที่ดูหลวมโทรมแทน
ทรงสูท Oversized มีกี่แบบ เลือกแบบไหนดี
สูท oversized ไม่ได้มีแค่ทรงเดียว แต่ละทรงให้ลุคและความรู้สึกต่างกัน:
Relaxed Fit (หลวมพอดี) — หลวมกว่าปกติเล็กน้อย เป็น oversized ที่ใส่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่ ยังดูสุภาพ ใส่ทำงานหรืองานกึ่งทางการได้ เหมาะกับคนที่อยากลองเทรนด์แต่ไม่อยากเสี่ยงมาก
Boxy / Drop-shoulder (ทรงกล่อง ไหล่ตก) — ลำตัวเป็นทรงสี่เหลี่ยม ไหล่ตกลงมาตั้งใจ ให้ลุคแฟชั่นชัดเจน เท่ที่สุดแต่ก็เสี่ยงที่สุด เหมาะกับคนสูงและคนที่มั่นใจในสไตล์
Oversized Double-breasted (ทรงป้ายอกคู่) — สูทกระดุมสองแถวแบบหลวม ให้ลุคหรูแบบยุค 80s-90s มีพลัง (power suit) เหมาะกับงานที่อยากเด่นและดูมีอำนาจ อ่านเพิ่มเรื่องความต่างของทรงป้ายได้ที่ สูท Double-breasted vs Single-breasted
Slouchy Suit (ทรงทิ้งตัว) — เน้นผ้านุ่มทิ้งตัวมาก ดูสบายสุดๆ เหมือนชุดที่ใส่อยู่บ้านแต่แพง เหมาะกับงานครีเอทีฟและถ่ายแฟชั่น
สรุปทรง oversized 4 แบบ เลือกตามความมั่นใจและงาน:
ทรง | ระดับความหลวม | ความยากในการใส่ | เหมาะกับงาน |
Relaxed Fit | หลวมพอดี | ง่ายสุด (มือใหม่) | ทำงาน กึ่งทางการ |
Boxy / Drop-shoulder | หลวมชัด ไหล่ตก | ยาก (ต้องสูง) | แฟชั่น อีเวนต์ |
Double-breasted | หลวมหรู อกคู่ | กลาง | งานเด่น power look |
Slouchy | ทิ้งตัวมาก | กลาง-ยาก | ครีเอทีฟ ถ่ายแฟชั่น |
สำหรับคนเริ่มต้น เฟแนะนำเริ่มจาก Relaxed Fit ก่อน เพราะให้กลิ่นอาย oversized โดยยังปลอดภัย แล้วค่อยขยับไป Boxy เมื่อมั่นใจ

ใครเหมาะใส่สูท Oversized
สูท oversized ไม่ได้เหมาะกับทุกคน — รูปร่างและส่วนสูงมีผลมาก
คนตัวสูง (175 ซม.ขึ้นไป) — เหมาะที่สุด เพราะมีความสูงรองรับความหลวม สูท oversized จะดูเท่และสมส่วน ความหลวมไม่กลืนตัว
คนรูปร่างผอม-สมส่วน — ใส่ได้ดี ความหลวมเพิ่ม volume ให้ดูมีน้ำหนักและมีตัวตนมากขึ้น แก้ปัญหาคนผอมที่ใส่สูท slim แล้วดูบาง
คนตัวเตี้ย (ต่ำกว่า 165 ซม.) — ต้องระวังมากที่สุด สูท oversized อาจกลืนตัวจนดูเตี้ยลงและจมหาย ถ้าจะใส่ให้เลือก oversized แบบพอประมาณ (slightly oversized / relaxed fit) ไม่ใช่หลวมจัด เล่นโทนสีเดียวทั้งชุดเพื่อดึงแนวตั้ง และให้ความยาวสูทพอดีสะโพก อ่านเทคนิคเต็มได้ที่ สูทคนตัวเตี้ย เลือกยังไงให้ดูสูงขึ้น
คนตัวใหญ่ — เลือก oversized แบบมีโครงสร้าง (structured) เพื่อไม่ให้ดูใหญ่ขึ้นไปอีก เลี่ยงทรงหลวมแบบไร้รูปที่จะเพิ่ม volume โดยไม่จำเป็น เน้นไหล่มีเส้นและความยาวพอดี
วิธีแต่งสูท Oversized ให้ดูเท่ไม่โทรม
กฎทองของ oversized คือ balance — ถ้าท่อนบนหลวม ท่อนล่างต้องมีจุดควบคุม ไม่ปล่อยหลวมพร้อมกันทั้งตัว
กฎ proportion (สำคัญที่สุด) — ถ้าใส่เสื้อสูท oversized ทรงกล่อง ให้จับคู่กางเกงทรงพอดีหรือ tapered (เรียวปลายขา) เพื่อ balance ภาพรวม ถ้าใส่ทั้งบนล่าง oversized (สูททรงหลวม + กางเกงขากว้าง) ต้องระวังมาก เพราะอาจดูจมทั้งตัว — เทคนิคนี้เหมาะกับคนสูงและคนที่เชี่ยวเรื่องแฟชั่นเท่านั้น
เลือกผ้าที่ทิ้งตัว — สูท oversized ต้องอาศัยผ้าที่ทิ้งตัวสวย (wool เนื้อดี, ผ้าที่มี drape ดี) ผ้าแข็งหรือบางเกินจะทำให้ดูพองหรือยับกอง ผ้าคือ 50% ของความสำเร็จของลุค oversized
โชว์ข้อมือและข้อเท้า — แม้สูทหลวม การโชว์ข้อมือนิดหน่อย (แขนสูทจบที่ข้อมือพอดี โผล่เชิ้ตประมาณ 1 ซม.) และข้อเท้า (กางเกงไม่ยาวคลุมรองเท้า) ช่วยให้ลุคดูตั้งใจ ไม่จม และเพิ่มความเบาให้ภาพรวม
เชิ้ตข้างในต้องไม่หลวมตาม — เลือกเชิ้ตที่พอดีหรือ slightly fitted เพื่อ contrast กับสูทหลวม ถ้าหลวมทั้งสูทและเชิ้ตจะดูเลอะเทอะทันที
ทรงผมและท่าทาง — oversized ต้องมาคู่กับความมั่นใจ ยืนตัวตรง เก็บไหล่ ถ้าใส่แล้วห่อตัวจะยิ่งดูจม ลุคนี้ขายที่ attitude พอๆ กับเสื้อผ้า
แมทช์สูท Oversized ให้ครบลุค
เสื้อข้างใน — เชิ้ตสีพื้น (ขาว/ดำ/เทา) สำหรับลุคสุภาพ หรือเสื้อยืดคอกลมเรียบ + เสื้อไหมพรมบางสำหรับลุค smart casual ที่กำลังฮิต
รองเท้า — chunky loafer, sneaker ทรงใหญ่ หรือ Derby หนังหัวกว้าง ช่วย balance ความหลวมด้านบน (รองเท้าหัวแหลมเล็กบางจะทำให้ดูหัวโตเท้าลีบ) รองเท้าคือตัวปิดลุคที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด
accessories — แว่นกรอบหนา, กระเป๋า crossbody หรือ tote เพิ่มมิติและความเป็นแฟชั่น เข็มขัดเลือกเส้นกลางๆ ไม่ต้องเด่น เพราะจุดเด่นอยู่ที่ทรงสูทแล้ว
สี — เริ่มจากสีเข้มสุภาพ (กรมท่า/ดำ/เทาชาร์โคล) ก่อน เพราะสีเข้มทำให้ทรงหลวมดูคุมโทนและแพง แล้วค่อยลองสีเอิร์ธโทน (น้ำตาล/เบจ/เขียวขี้ม้า) หรือพาสเทลเมื่อมั่นใจ สีอ่อนทำให้ volume ดูเยอะขึ้น จึงต้องระวังกว่า
ผ้าและสีไหนเหมาะกับสูท Oversized มากที่สุด
เพราะ oversized มี volume เยอะ การเลือกผ้าและสีจึงสำคัญกว่าสูททั่วไป
ผ้าที่เหมาะ — wool เนื้อกลางถึงหนา (มี drape ทิ้งตัวดี), flannel (นุ่ม ทิ้งตัว ให้ลุคอุ่น), wool-blend ที่ไม่แข็ง สำหรับหน้าร้อนเมืองไทยเลือก wool บางที่ยังทิ้งตัว หรือผ้าผสมที่ระบายอากาศได้ ผ้าที่ควร
เลี่ยง — ผ้าบางมันวาว (จะดูพองและถูก), ผ้าแข็งกระด้าง (จะดูเป็นกล่องแข็งทื่อ), ผ้าลินินล้วน (ยับง่าย ยิ่งทรงหลวมยิ่งดูยับกอง)
สีที่ปลอดภัยและแพง — กรมท่า (navy) คือสีที่เฟแนะนำเป็นอันดับหนึ่งสำหรับ oversized เพราะคุมโทน ดูสุภาพ และให้อภัยกับความหลวม รองมาคือเทาชาร์โคลและดำ สีที่ต้องมั่นใจถึงใส่ — เบจ ครีม น้ำตาลอ่อน เพราะสีอ่อนขยาย volume ทำให้ดูตัวใหญ่ขึ้น เหมาะกับคนผอมสูง

โอกาสไหนใส่สูท Oversized ได้ และไม่ได้
สูท oversized เหมาะกับงานที่เปิดให้เล่นสไตล์ แต่ไม่ได้เหมาะกับทุกงาน
ใส่ได้และเด่น — งานแฟชั่น / event ครีเอทีฟ (เด่นแน่นอน), งานเลี้ยงสังสรรค์และปาร์ตี้ (ดูเท่ไม่แข็งเหมือนสูทเข้ารูป), ถ่ายรูป / pre-wedding (ให้มุมเท่และโมเดิร์น), วันทำงานสาย creative / เอเจนซี / สายแฟชั่น, วันสบายๆ แบบ smart casual
ไม่เหมาะ — งานทางการจัด เช่น สัมภาษณ์งานสายธนาคารหรือราชการ, งานพิธีการที่เป็นทางการ, งานแต่งงานที่เป็นเจ้าบ่าวหรือเพื่อนเจ้าบ่าวในธีมคลาสสิก, งาน Black Tie ที่มี dress code เคร่ง — งานเหล่านี้ต้องการสูทเข้ารูปที่ดูเรียบร้อยและให้เกียรติเจ้าภาพ ใส่ oversized อาจดูไม่เหมาะกาลเทศะ
สำหรับงานเหล่านี้เลือกสูท Tailored Fit จะเหมาะกว่า ถ้าไม่แน่ใจว่างานไหนใส่อะไร แชทถามสไตลิสต์เราทาง LINE ได้เลย
ข้อผิดพลาดที่คนใส่สูท Oversized ทำบ่อยที่สุด
จากที่ร้านเราดูแลลูกค้าที่มาลองสูท oversized จริง เฟเห็นข้อผิดซ้ำๆ ห้าข้อนี้:
หนึ่ง — เข้าใจว่าซื้อไซส์ใหญ่ขึ้นคือ oversized ผลคือได้สูทหลวมไร้รูปทรง ไม่ใช่ oversized ที่ตัดมา ต้องเลือกสูทที่ออกแบบทรง oversized มาจริง
สอง — หลวมทั้งตัวไม่มีจุด balance ใส่สูทหลวม + กางเกงหลวม + เชิ้ตหลวม = จมหายทั้งตัว ต้องมีจุด fit อย่างน้อยหนึ่งจุด
สาม — แขนยาวคลุมมือ ทำให้ดูเหมือนเด็กใส่เสื้อพ่อ แขนต้องจบที่ข้อมือ ถ้ายาวเกินต้อง alter
สี่ — เลือกผ้าผิด ใช้ผ้าบางมันหรือแข็งเกิน ทำให้ทรงพังทันที ผ้าต้องทิ้งตัว
ห้า — ใส่ผิดงาน ใส่ oversized ไปงานทางการจัดหรืองานแต่งคนอื่น ทำให้ดูไม่ให้เกียรติเจ้าภาพ ต้องเลือกโอกาสให้ถูก
ข้อดีของการเช่าคือมีสไตลิสต์ช่วยกันไม่ให้พลาดทั้งห้าข้อนี้ตั้งแต่ต้น
เช่า vs ซื้อ สูท Oversized — ลองเทรนด์โดยไม่ต้องเสี่ยง
สูท oversized เป็นเทรนด์ ซึ่งหมายความว่ามันอาจอยู่หรือไปใน 2-3 ปี การซื้อสูท oversized เนื้อดีราคาหลายพันถึงหลักหมื่น เพื่อใส่ตามเทรนด์ที่อาจเปลี่ยน และใส่ได้แค่บางโอกาส อาจไม่คุ้มเท่าที่คิด
เช่าจาก Basic Instinct | ซื้อ | |
ราคา | 1,200–3,000 บาท/ครั้ง | 8,000–20,000 บาท |
ลองเทรนด์ | ✅ ลองได้ ไม่เสี่ยง | ❌ ซื้อแล้วถ้าเทรนด์เปลี่ยน = เสีย |
stylist ช่วยจัด proportion | ✅ มี | ❌ ต้องจัดเอง |
เปลี่ยนลุค/ทรงทุกงาน | ✅ ได้ | ❌ ตัวเดิม |
alter ให้พอดีจุด fit | ✅ ฟรี | ต้องจ่ายเพิ่ม |
เก็บรักษา/ซักแห้ง | ✅ ร้านดูแล | ต้องดูแลเอง |
การเช่าให้คุณลองเทรนด์ oversized โดยไม่ต้องลงทุน ได้สูทผ้าดีที่ตัดทรง oversized มาจริง (ไม่ใช่สูทใหญ่ที่ใส่หลวม) พร้อม stylist ช่วยจัด proportion ให้ดูเท่ไม่โทรม ถ้างานหน้าอยากเปลี่ยนเป็นทรงอื่นหรือสีอื่น ก็เช่าใหม่ได้เลย ไม่ต้องผูกกับสูทตัวเดียว ยังไม่แน่ใจว่าเช่าหรือตัดดีกว่ากัน อ่านเปรียบเทียบเต็มๆ ที่ เช่าสูท vs ตัดสูท แบบไหนคุ้มกว่า

เช่าสูท Oversized ที่ Basic Instinct — กรุงเทพ
Basic Instinct คือร้านเช่าและตัดสูทผู้ชายในกรุงเทพ ให้บริการตั้งแต่ปี 2021 ดูแลชุดงานสำคัญกว่า 1,000 ชุดต่อปี เรามีสูทหลากทรงรวมถึงทรง oversized ที่ตัดมาเพื่อลุคนี้โดยเฉพาะ — ไม่ใช่สูทไซส์ใหญ่ที่ใส่หลวม
สิ่งที่คุณได้เมื่อเช่ากับเรา: stylist ช่วยจัด proportion ให้ลุค oversized ดูตั้งใจไม่ใช่ดูมั่ว เลือกทรง สี และการแมทช์ให้เข้ากับรูปร่างและงานของคุณ · alter ฟรี ปรับจุดที่ต้อง fit เช่น ความยาวแขนและกางเกง · เช่า 7 วัน สบายๆ ไม่ต้องรีบคืน · เริ่ม 1,200 บาท สำหรับสูทเช่า (ทักซิโด้เริ่ม 2,500 บาท)
ดูคอลเลกชันได้ที่ หน้าเช่าสูท หรือ นัดเข้ามาลองสูทผ่าน LINE @basicinstinct เพื่อให้สไตลิสต์ช่วยเลือกทรง oversized ที่ใช่กับคุณที่สุด
อ่านเพิ่มเติม: เช่าสูทงานเลี้ยง — โอกาสใส่ oversized ดูเท่ · กลับ หน้าแรก Basic Instinct
คำถามที่พบบ่อย — สูท Oversized
Q: สูท oversized ต่างจากสูทหลวมยังไง? A: oversized คือใหญ่อย่างมีโครงสร้าง ตัดทรงมาเพื่อหลวมแบบตั้งใจ ไหล่ยังมีเส้น แขนจบที่ข้อมือ ผ้าทิ้งตัวสวย ส่วนสูทหลวมคือใส่ผิดไซส์ ไหล่ตก แขนคลุมมือ ผ้าย่นกอง ดูเหมือนยืมมาใส่ ความต่างอยู่ที่ proportion และ structure
Q: คนตัวเตี้ยใส่สูท oversized ได้ไหม? A: ได้แต่ต้องระวัง เลือก oversized แบบพอประมาณ (relaxed fit) ไม่ใช่หลวมจัด เพราะหลวมเกินจะกลืนตัวให้ดูเตี้ยลง เล่นโทนสีเดียวทั้งชุดช่วยดึงแนวตั้ง และให้ความยาวสูทพอดีสะโพก
Q: สูท oversized มีกี่ทรง? A: หลักๆ มี Relaxed Fit (หลวมพอดี ใส่ง่ายสุด), Boxy/Drop-shoulder (ทรงกล่องไหล่ตก เท่สุด), Oversized Double-breasted (อกคู่ หรูแบบ 90s) และ Slouchy (ทิ้งตัว สบายสุด) มือใหม่แนะนำเริ่มจาก Relaxed Fit
Q: สูท oversized ใส่ไปงานทางการได้ไหม? A: ไม่เหมาะกับงานทางการจัด เช่น สัมภาษณ์ธนาคาร พิธีการ งานแต่งคนอื่น หรือ Black Tie ที่ต้องการสูทเข้ารูป แต่เหมาะกับงานแฟชั่น ปาร์ตี้ งานสร้างสรรค์ ถ่ายรูป และวันสบายๆ
Q: เช่าสูท oversized ที่ Basic Instinct ราคาเท่าไหร่? A: เริ่ม 1,200 บาท สำหรับเช่า 7 วัน รวม alter ให้พอดีจุด fit พร้อม stylist ช่วยจัด proportion ให้ดูเท่ไม่โทรม (ทักซิโด้เริ่ม 2,500 บาท)
Q: มี stylist ช่วยจัดลุค oversized ไหม? A: มีค่ะ stylist ช่วยเลือกทรง สี และจัด proportion เช่น จับคู่กางเกง tapered กับสูทหลวม เลือกผ้าที่ทิ้งตัว และแมทช์รองเท้าให้ balance ลุคทั้งหมด ให้ดูตั้งใจไม่ใช่ดูมั่ว
Q: Basic Instinct อยู่ที่ไหน? A: ถนนพัฒนาการ 32 กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT กลันตัน) เปิด 10:00–18:00 น. หยุดวันพุธ แนะนำนัดหมายล่วงหน้าผ่าน LINE

เช็กลิสต์ 7 ข้อก่อนใส่สูท Oversized ออกจากบ้าน
ก่อนก้าวออกจากบ้านด้วยลุค oversized ลองเช็กเจ็ดข้อนี้ให้ครบ แล้วคุณจะมั่นใจว่าดูเท่ไม่ใช่ดูโทรม
หนึ่ง — ไหล่หลวมแค่พอดี ไม่เกิน 2-4 ซม.เลยไหล่จริง ไม่ตกลงมาถึงต้นแขน สอง — แขนจบที่ข้อมือ โผล่เชิ้ตประมาณ 1 ซม. ไม่คลุมมือ สาม — มีจุด fit อย่างน้อยหนึ่งจุด เพื่อ balance ความหลวม ไม่หลวมทั้งตัว สี่ — ผ้าทิ้งตัวเป็นระเบียบ ไม่ย่นกองที่ข้อศอกหรือเอว ห้า — กางเกงไม่ยาวคลุมรองเท้า โชว์ข้อเท้านิดหน่อยให้ดูเบา หก — เชิ้ตข้างในไม่หลวมตาม ใส่ทรงพอดีเพื่อ contrast เจ็ด — งานวันนี้เปิดให้ใส่ oversized ไหม ถ้าเป็นงานทางการจัดหรืองานแต่งคนอื่น เปลี่ยนไปสูทเข้ารูปจะปลอดภัยกว่า
ถ้าผ่านครบเจ็ดข้อ — คุณพร้อมแล้ว ลุย oversized ได้อย่างมั่นใจ ถ้าข้อไหนยังไม่แน่ใจ สไตลิสต์เราช่วยเช็กให้ได้ตอนมาลอง
เริ่มต้นง่ายๆ — นัดดูสูทผ่าน LINE
สูท oversized คือเทรนด์ที่ทำให้คุณดูเท่และมั่นใจแบบไม่ต้องพยายาม แต่เส้นแบ่งระหว่างเท่กับโทรมบางมาก ความต่างอยู่ที่ทรงที่ตัดมาถูก ผ้าที่ทิ้งตัว และ proportion ที่ balance ให้สไตลิสต์ช่วยจัดให้ถูกตั้งแต่ต้น แล้วลองเทรนด์โดยไม่ต้องเสี่ยงซื้อสูทหลักหมื่นที่อาจใส่ได้ไม่กี่ครั้ง
Basic Instinct ถนนพัฒนาการ 32 กรุงเทพฯ (ใกล้ MRT กลันตัน) · เปิด 10:00–18:00 น. หยุดวันพุธ · เฉพาะนัดหมายล่วงหน้า · โทร 095-645-6198
เกี่ยวกับผู้เขียน
บทความนี้เขียนโดยทีม Basic Instinct ร้านเช่าและตัดสูทผู้ชายในกรุงเทพที่ให้บริการตั้งแต่ปี 2021 ดูแลชุดงานสำคัญกว่า 1,000 ชุดต่อปี ทุกคำแนะนำมาจากการดูแลลูกค้าจริงที่มาลองและเช่าสูททุกทรง รวมถึงเทรนด์ oversized ที่เราเห็นลูกค้าใส่ทั้งที่สำเร็จและที่พลาด จึงรู้ว่าอะไรทำให้ลุคนี้ดูแพงและอะไรทำให้ดูโทรม
































ความคิดเห็น